Diary

เรื่องมันมีอยู่ว่า วันนี้ไปลง Windows 7 ให้คอมเครื่องนึง ซึ่งเป็นเครื่องที่ได้มาจากที่ทำงานป้า เห็นว่ามี Windows Product key ติดอยู่ที่เครื่อง เลยใช้ในการติดตั้งซะ ปรากฏว่าผ่าน

 

ไฟล์ติดตั้งคือโหลดไฟล์ ISO มาเบริ์นลงแผ่น DVD เอา

 
แต่ว่าหลังจากมาหน้า Desktop แล้ว Windows กลับบอกว่าใช้งานได้แค่ 30 วัน ทำเอาเงิบเลย Sealed

เราเลยลองโทรไปหา Microsoft Thailand เพื่อ Activate ผ่านโทรศัพท์ 
ซึ่งใน Pantip เคยอ่านเจอว่าถ้าเลือกเมนูไทยแล้วพนักงานจะพูดไทยไม่ค่อยชัด

 

ก็จริงนะ เพราะสำนักงานอยู่ที่สิงคโปร์ แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็ Toll Free

 
ทำตามขั้นตอนก็ Activate ผ่านย เพราะเป็นคีย์แบบ OEM จะลงกี่ครั้งก็ได้

พอลงเสร็จ Driver หลายๆตัวก็ไม่มี เพราะไม่มีแผ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง USB WLAN โนเนมยี่ห้นึงที่เสียบทิ้งไว้ แต่ Windows มันเปิด Automatic Update ไว้ เพราะผมเห็นเพราะมันโหลด Patch มาเกือบ 140 ตัว

 

ปรากฏว่าเมื่อเลือกให้ Shutdown and Install Update แล้วเปิดมาอีกที Driver ต่างๆถูกติดตั้งไว้เรียบร้อย แปลกใจมาก Sealed

ลองไปอ่าน Update History ปรากฏว่า ไม่ใช่แค่ Patch ที่มันโหลดมา Driver ต่างๆก็ถูกโหลดมาพร้อม Windows Update และติดตั้งพร้อมกันหมด Cool

 

ภาพประกอบจาก Microsoft (ไม่ใช่ของผมนะ)

 

 

FAQ

Q: แล้ววินโดวส์เถื่อนล่ะ ?

A: หมดสิทธิ์ครับ เพราะไฟล์ Driver นี้มาจาก Windows Update Tongue out

 

Q: Driver นี่เป็นตัวล่าสุดรึเปล่า?

A: เป็นตัวที่ Signed จาก MS แล้วครับ อาจไม่ใช่ตัวล่าสุด แต่มั่นใจได้ว่าสเถียร Smile

 

Q: ทำตามแล้วแต่ยังหา Driver ไม่เจอ

A: เป็นไปได้ว่าอุปกรณ์นั้นอาจเก่าไป หรือไม่ Support วินโดวส์ที่ลงไปครับ Frown

 

Q: อุปกรณ์ไม่เก่า ทำไมยังหาไม่เจอ

A: Driver ของอุปกรณ์ดังกล่าว อาจไม่มีใน Windows Update ครับ อาจเป็นอุกกรณ์เฉพาะทาง ให้โหลดจากเว็บของผู้ผลิตหรือลงจาก CD ดีกว่าครับ Money mouth

 

Q: แล้วโหลด Driver ของ USB WLAN มายังไง ในเมื่อไม่มีเน็ต

A: ผมต่อเน็ตทางสายแลนอยู่ครับ Kiss

  

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Windows Update ไม่ใช่แค่แก้ช่องโหว่กับบั๊ก แต่ยังหา Driver ได้เองแบบอัตโนมัติด้วย เรามาใช้ Windows แท้ กันเถอะครับ สะดวกดีจริงๆ Embarassed



แค่อยากบอกว่า ตั้งแต่เข้าปีนี้ เพิ่งอัพเอ็นทรีแรกเอง Tongue out
ปล. เอ็นทรีนี้เขียนจากประสบการณ์ผู้เขียนล้วนๆ อาจได้ผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
 
วันนี้ขอเขียนเรื่องของตัวเองบ้างครับ
 
ผมเคยเป็นโรคผิวหนังมาบ้างนะ แต่ที่ผมคิดว่ามันทรมานที่สุดคือเรื่องสิวบนหัวนี่แหล่ะ เพราะจะนอน จะสระผม ทำอะไรก็หงุดหงิดไปหมด เวลาเกาหัวแล้วไปสะกิดโดนทีนี่น้ำตาเล็ดเลย และไม่รู้สาเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่ชัด
 
สิวบนหัวคืออะไร?
 
ปัญหาเรื่องของสิวที่ศีรษะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนที่มีหนังศีรษะมัน สิวที่หนังศีรษะอาจมีลักษณะเช่นเดียวกับสิวบนใบหน้าแต่การดูแลจะแตกต่างกันมาก สาเหตุการเกิดสิวที่หนังศีรษะมีปัจจัยภายในหลายอย่างที่ไม่สมดุลย์ของออร์โมน ความเครียด อาหารที่ไม่ดีส่งผมต่อต่อมน้ำมัน ทำให่ต่อมน้ำมันทำงานมากขึ้นกว่าปกติ น้ำมันมากเกินปกตินี้จะลงไปสะสมอยู่เป็นปริมาณมากโดยรอบรากผมทำให้บวมขึ้น ปิดกั้นหรืออุดตันภายในโพรงเส้นผมถ้าทิ้งไว้เป็นเวลานาน รูขุมขนของคุณอาจติดเชื้อโดยแบคทีเรีย Propionobacterium Acnes ที่เจริญเติบโตด้วยการบริโภคน้ำมันที่อยู่ภายในโพรงเส้นผมของคุณ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองด้วยการส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวในการทำลายแบคทีเรีย ทำให้เกิดการตายของแบคทีเรีย เม็ดเลือดขาวเซลล์อื่นๆ และสารเคมีออกมาในกระบวนการที่ทำให้เกิดการอักเสบผื่นแดง และสิวหัวหนอง เวลาที่มีเหงื่อออกมากๆ จึงเกิดอาการคันที่ศีรษะอยู่ตลอดเวลา 
 
ข้อมูลจาก - NHI
 
 
ภาพตัวอย่าง (พยายามเอารูปที่ดูน่ากลัวน้อยที่สุดมาลง)
 
 
 
ภาพจาก http://www.hairscientists.org/
 
 
จากประสบการณ์ผม ที่ได้ไปคุยกับหมอโรคผิวหนัง อ่านตามเว็บ หรือลองผิดลองถูกดู วิธีที่ผมใช้ในการจัดการกับสิวบนหัวนะครับ
 
  1. ลดการกินอาหารมันๆ
  2. อย่านอนดึก ลดภาวะความเครียด
  3. ไม่ควรทายาที่หนังศีรษะโดยตรง อันนี้หมอบอกผมว่ายาแบบครีมจะยิ่งทำให้ไปกันใหญ่ เพราะมันจะซึมเข้ารากผมแทน
  4. เปลี่ยนแชมพูที่ใช้ให้เป็นแบบใส อย่างผมอาจจะแพ้แชมพูเนื้อมุกหรือแบบครีม พอเลิกใช้แล้วอาการดีขึ้น
  5. หากต้องสระผมก่อนนอน ควรปล่อยให้แห้งก่อนแล้วค่อยนอน อาจทิ้งไว้ก่อนซัก 1-2 ชั่วโมง
  6. ห้ามแกะ เกาสิวบนหัว เพราะหัวจะแตกและมีน้ำเหลืองหรือหนองไหลออกมา กลายเป็นหนังศีรษะอักเสบ (แต่บางทีมันคันไม้คันมืออะนะ)
  7. ล้างยาสระผมออกให้หมด เพราะบางส่วนอาจค้างอยู่ที่หนังหัว ทำให้เป็นสิว
  8. กินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น Ampicillin, Doxycycline, Erythromycin, Bactrim (แนะนำว่าควรปรึกษาหมอก่อน)
  9. หมั่นเอาหมอนและเครื่องนอกออกไปตากแดดจัดๆ ให้ครบทุกด้าน (อันนี้ผมว่าเห็นผลที่สุดเลยละ)
  10. เปลี่ยนปลอกหมอนและกลับด้านหมอนบ่อยๆ
  11. พยายามอย่าใช้หมอนร่วมกับคนอื่น มีช่วงนึงที่ผมไปนอนห้องพ่อแม่ แล้วสิวขึ้นเต็มเลย
  12. ใช้ Hair Tonic อย่างอ่อน
  13. [สำหรับผู้ชาย] ให้ไว้ผมสั้น เพราะผมของหลายๆคนอาจกักเก็บความร้อนเละเหงื่อ (ผมเป็นคนเหงื่ออกง่าย)
  14. [สำหรับผู้หญิง] อาจเกิดจากช่วงมีประจำเดือน พอไม่อยู่ในช่วงนั้นอาจหายเป็นปกติ อย่าตกใจ

ใครที่กำลังเป็นอยู่ ขอให้หายไวๆนะครับ Cool

 
รางปลั๊ก
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกียวกับบทความ (แต่ปลั๊กที่พูดถึงหน้าตาคล้ายๆแบบนี้เลย)
 
เครดิตภาพ บิ๊กซี
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันที่หลายๆคนทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้วก้มานั่งแหมะนองกลิ้งกลุ๊กๆหน้าจอทีวี ยกเว้นแม่ผมที่ยังรีดผ้าอยู่ Money mouth
 
แต่อยู่ๆผมก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เหมือนปลาหมึกปิ้ง เลยเดินเข้าไปในครัวดูว่ามีใครทำอะไรไหม้มั้ย มันก็ไม่มี
 
เมื่อผ่านไปซักพัก หลายๆคนก็ได้กลิ่นนั้นแรงขึ้น ก็เลยเดินหาสาเหตุกัน ซึ่งแม่ผมก็บอกว่าแถวๆที่เขายืนรีดผ้าอยู่มีกลิ่นแรง แต่ผ้าไม่ได้ไหม้ Laughing
 
ผมเลยมองไปเห้นว่าแม่เสียบปลั๊กเตารีดและโคมไฟอยู่ในรางเดียวกันและม้วนสายเข้ากับรางด้วย
 
พอดีว่าที่บ้านผมใช้เตารีดไอน้ำครับ แต่สายของมันสั้นมาก และตรงมุมห้องมันก็มืดด้วย เลยวางโคมไฟไว้ตรงที่แม่รีดผ้า
 
ก็เลยคิดว่าน่าจะมีต้นตอจากรางแน่ๆ เลยถอดออกมา ซึ่งตอนถอดรู้สึกได้เลยว่าสายร้อนๆ นั่นแหล่ะครับที่ผมจะเตือน
 
กลิ่นนั้นมาจากรางปลั๊กที่เริ่มละลายครับ ดูภาพด้านล่าง
 
 
บริเวณฟิวส์เกิดการร้อนจัดเลยทำให้กรอบนอกเริ่มละลายและมีกลิ่นใหม่ แต่ฟิวส์ยังไม่ตัด Sealed
ตอนถอดออกมาใหม่ๆนี่จับตรงจุดดำๆไม่ได้เลย ร้อนมาก Tongue out
 
และการที่แม่ผมเอาสายไฟส่วนที่เหลือพันกับราง สายไฟเลยเกิดอาการร้อนจัดตาม
 
 
เลยทำให้มีรอยบริเวณมุมด้วย และสังเกตนะครับว่าตรงสวิตซ์มีรอยบุ๋มลงไปด้วย อันนั้นก็เกิดจากความร้อนของฟิวส์ครับ
 
เรื่องนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์ให้รู้ครับว่าอย่าเสียบปลั๊กของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนกับปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐานครับ
 
เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไปนี้ไม่ควรใช้กับรางปลั๊ก
 
พวกทำความร้อน เช่น กาต้มน้ำ, เตาอบ, ไมโครเวฟ, เตารีด, เตาไฟฟ้า, ที่เป่าผม, เครื่องปิ้งขนมปัง, ฮีทเตอร์ (สำหรับประเทศที่อากาศหนาว)
 
พวกที่ทำงานเกี่ยวกับอุณหภูมิ เช่น แอร์เคลื่อนที่, ตู้เย็น, ตู้แช่, เครื่องทำน้ำเย็น
 
ทำงานเกี่ยวกับน้ำ เช่น ปั๊มน้ำ, เครื่องซักผ้า, เครื่องทำน้ำอุ่น
 
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงๆ เช่น หลอดไฟแบบไส้, พัดลมอุตสาหกรรม, แอมป์, เครื่องดูดฝุ่น
 
พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์ แต่มันก็มาพร้อมอันตรายครับ ฝากไว้นะครับ Cool
 
อ้อ! ก่อนจากกัน ผมไปเจอกระทู้เก่าในพันทิปมา กระทู้ รางปลั๊กไฟแบบแพงๆดีกว่าแบบถูกๆจริงหรือ ???" ลองไปอ่านดูครับ มีสาระมากๆ Smile