แปลกใจกันล่ะสิ ว่าทำไมอยู่ๆผมเขียนเอ้นทรีปาดกันแบบนี้ ทั้งๆที่ปกติเขียนอะไรไม่ค่อยมีสาระ เขียนเอามันส์อย่างเดียว เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะเอ็นทรีนี้ขอระบายอะไรเล็กๆ น้อยๆหน่อยนะครับ

 

วันนี้วันที่ 6 สค. กับการครบรอบ 65 ปี ที่เมืองฮิโรชิมาโดนระเบิดนิวเคลียร์ทิ้งใส่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

หลายๆคนคงจะมองว่าอเมริกานี่เลวจริงๆ แต่มันเป็นช่วงสงครามโลกครับ เวลานั้นไม่มีคำว่า "เมตตา"  เรื่องทั้งหมดมันเกิดจาก การปฏิบัติตาม ผู้นำโดยปราศจากปัญญา ผู้นำบอกให้ก่อสงครามก็ทำตามโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง คิดดูว่า ถ้าแม่ทัพสั่งให้ทำชั่ว แต่ผู้ใต้บังคับบัญชา ทุกคนไม่ปฏิบัติตามเพราะรู้ว่ามันผิด ดูซิ แม่ทัพมันจะสั่งลงโทษใครได้ ถ้าทุกคนในโลกดำเนินชีวิตโดยใช้ปัญญาเป็นที่หลักก็จะไม่มีความรุนแรงเกิด ขึ้นแน่ๆครับ

ไหนเราลองมามองกลับกันดูบ้าง (แต่ตูทำใจชมมะกันไม่ลงจริงๆ)

 

ในยุคนั้น ญี่ปุ่นนี่เป็นตัวน่ารังเกียจของสังคมโลกเลย ก่อกรรมทำเข็ญเค้าไว้เยอะ โดยเฉพาะกับจีน,เกาหลี แต่ถ้าเป็นยุคนี้ ต้องยกให้ไอ้มะกันครับ

เคยค้นเจอว่าทหารญี่ปุ่นช่วงสงรามโลกครั้งที่สองฆ่าชาวจีนที่นานกิงเกือบแปดแสนคน

และในอดีต เกาหลี(รวมเหลือและใต้) เป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นได้ทำการล้มล้างราชวงศ์โชซอน (สมัยก่อนเกาหลีปกครองด้วยระบอบกษัตริย์) ทำการเผาทำลายวัง และจับคนเกาหลีไปเป็นทาส ส่วนผู้หญิงก็ต้องเป็นนางบำเรอทหารญี่ปุ่น ผู้สูงอายุและคนพิการที่ทำงานอะไรไม่ได้บางคนถูกฝังทั้งเป็น eek

ก่อนจะได้รับเอกราชและแยกตัวกันในสมัยสงครามเย็น

 

 

แผนที่จักวรรดิ์ญี่ปุ่น ซึ่งตามประวัติศาสตร์บอกว่าทำเพื่อเอเชีย แต่พอดูกี่ทีมันเหมือนการล่าอาณานิคมชัดๆ

คุณยายเคยเล่าให้ผมฟังว่า ในสมัยสงครามพวกญี่ปุ่นจะไม่ค่อยกดขี่คนไทย แต่จะโหดเอาเรื่องกับพวกฝรั่งอย่างดัชต์หรืออังกฤษมากกว่า

ประเทศไทยในตอนนั้นเราก็ทำการรบกับญี่ปุ่นครับ ซึ่งไทยต้านกำลังญี่ปุ่นไม่ไหว เลยต้องยินยอมให้เขามาตั้งฐานทัพในไทย


 

กลับมาที่ระเบิดต่อ ระเบิดถูกทิ้งลงวันที่ 6 สิงหาคม พศ.2488

ระเบิดที่มะกันเล่นทิ้งระเบิดใส่เมืองสำคัญที่คนอยู่จำนวนมาก คนไม่รู้อิโน่อิเหน่ตายไปหลักแสน เหมือนกับชัยชนะบนซากศพ แล้วมันจะต่างอะไรกับนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธ์ยิวล่ะ  ??

 


 

แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 80,000 คน สิ้นปีมีผู้เสียชีวิตอีก 60,000 คน จากการได้รับกัมมันตภาพรังสี คาดว่ามีผู้เสียชีวิตรวมจากเหตุการณ์นี้ราวๆ 200,000 คน

 


นี่ยังไม่รวมที่นางาซากินะครับ เอาเหอะ ขอจบเอ็นทรีนี้ไว้เท่านี้พอครับ เพราะไม่อยากให้มันเศร้าไปมากกว่านี้

 

น่าเสียใจแทนไอสไตน์จริงๆ ที่เขาต้องการให้พลังงานนี้ใช้เป็นพลังงานทดแทน แต่กลับเอาสิ่งที่เขาคิดค้นเอามาทำสงครามฆ่ากัน ขู่กัน และใช้เป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการติดต่อซื้อขายต่างๆ  


ส่วนในปัจจุบัน มีคนบอกว่า สงครามและอาวุธไม่เคยช่วยใคร ผมว่าไม่จริง มีคนหนึ่งที่อยากให้มีสงครามเยอะๆ ก็คือคนที่ขายอาวุธไง

และขอทิ้งท้ายกับคำถามแสบๆ คันๆ ไว้ซักนิด : ประเทศอะไรก็ไม่รู้ บอกส่งเสริมสันติสุขและสันติภาพเพื่อความสงบสุขของโลก เหมือนจะรักความสงบ แต่ทำไมแม่งสะสมอาวุธซะเยอะแยะ และประเทศอื่นห้ามมีตาม พอประเทศอื่นมีก็จะไปเจ้ากี้เจ้าการ ไปคว่ำบาตรเขาทันที พอหาเหตุผลก็แต่ไม่ค่อยจะพูดความจริง และโยงเข้าเรื่องศาสนกับความเชื่อตลอดเนอะ

ขอบคุณรูปประกอบจาก @Cloud และ Wikipedia ครับ

ปล.ผมก็ยังไม่เชื่อเรื่องชีปัดระเบิดอยู่ดีนั่นแหล่ะ งมงายชะมัด

Comment

Comment:

Tweet

น่าเศร้า มันคือวันเกิดผม

#7 By Seam - C on 2010-08-07 12:06

ที่จริงถ้าไม่ทิ้งละก็ ต้องรบกันตายอีกเยอะเป็นเพราะทหารญี่ปุ่นรู้กันดีในเรื่องสู้ถวาย ประมาณว่าจะคนตายไม่ต่ำกว่าล้านครับ มันก็อีกเรื่องหลายที่มีทางเลือกแบบนี้ แต่ประเทศพวกนั้นก็แสบใช่ย่อยตอนวิกฤตน้ำมัน แล้วตอนนี้มีดาวดวงเก่าที่จะกลับมาจรัสฟ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว ตอนสุดท้ายยังมีกัดจานบินอีก

#6 By dalek on 2010-08-06 22:17

Hot! Hot! Hot!

#5 By earnle on 2010-08-06 16:59

หดหู่กับคนที่ไม่รู้เรื่อง แต่โดนกัมมันตภาพรังสีเต็มๆค่ะ

สงครามและอาวุธไม่เคยช่วยใคร แต่มีคนหนึ่งที่อยากให้มีสงครามเยอะๆ คนที่ขายอาวุธไง

น่าให้ระเบิดไปลงบ้านคนขายบ้างจริงๆค่ะ (- -)
Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot!
Hot!

#4 By So_kung on 2010-08-06 13:53

เมื่อก่อนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร
ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราต้องเกลียดญี่ปุ่น
ผมว่าประวัติศาสตร์นี่ เรียนก็เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์(ร้ายๆ)ซ้ำรอย

Hot! Hot! Hot!

#3 By Critical#Zeed on 2010-08-06 12:20

Hot! ขอบคุณมากนะคะ
นอกจากจะมีสาระแล้วยังทำให้คิดอะไรได้หลายๆอย่าง
ปัญหาความขัดแย้งมันเริ่มจากความคิดคน ก็ต้องแก้ปัญหากันที่ความคิด ไม่ใช่การทำลายกันเนอะ

แหม่! ชอบประโยคตัวแดงนั่นจริงๆ ถูกใจ๊ถูกใจ 555+
Hot! Hot! Hot!
รูปซากบ้านเรือนที่โดนระเบิด ดูแล้วหดหู่จัง

คนตายเยอะมากๆ