สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตอนนี้ข่าวเรื่องการปูพรมจับซอฟท์แวร์เถื่อนเริ่มเข้ามาถึงระดับรากหญ้าอย่าง User ทั่วๆไปแล้ว

หลายๆคนอาจจะกำลังมองหาโปรแกรมใช้แทนโปรแกรมที่ต้องเล่นตุกติกมา ก็ขอสนับสนุนครับ

ซึ่ง การที่ผมแนะนำโปรแกรมฟรีๆ ใช้แทนโปรแกรมไม่ฟรีก็น่าจะเป็นประโยชน์

แต่มันไม่เป็นประโยชน์ต่อคนที่ผมเจอๆมาทั้งหลาย ที่ทำผมหงุดหงิดไปเหมือนกัน เอาหล่ะ เรามาดูสาเหตุว่าทำไมบางคน ถึงชอบของเถื่อนไม่นิยมของฟรี

ปล.เอ็นทรีนี้ "เต็มไปดัวยตัวหนังสือ" และ เราจะไม่คุยกันเรื่องวินโดวส์แท้หรือ-ตื๊ด- กัน ขอให้เข้าใจเจตนาของคนเขียนด้วยครับ

 

5. ไม่มีรุ่นฟรี

ระบุไม่ได้ว่าพบในโปรแกรมไหน เพราะเจอเยอะมาก

โปรแกรมไม่มีรุ่นฟรี ในที่นี้ยกตัวอย่างเช่น AcdSee ที่ลงไว้เพื่อ "ดูรูป"

ว่า ด้วยโปรแกรมดูรูป ในวินโดวส์ก็มีโปรแกรมดูรูปที่เบากว่า แต่ไม่มีคนใยดีอะไรมันอย่าง Windows Picture and Fax Viewer อยู่แล้ว เอาไว้เปิดดู หมุนรูป และแก้ไขเล็กๆน้อยๆ

ถ้าต้องการของฟรีที่ใช้แทน กันอย่าง XnView ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายอะไร เพราะดูรูปได้ ปรับแต่งรูปได้เล็กน้อย เช่นเรื่องสี หรือใส่ตัวอักษร

ถ้าจะทำอะไรมากขึ้น ผมว่า Photoscape น่าจะเป็นอีกทางเลือก เพราะทำอะไรได้เยอะมาก (เผลอๆอาจจะเยอะกว่า AcdSee อีก)

 

4.  ของเสียเงินมีประสิทธิภาพดีกว่า

ข้อนี้ส่วนมากจะเจอกับโปรแกรมสามัญอย่าง WinRAR

ความจริงแล้วข้อนี้ไม่ผิด แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

WinRAR เป็นโปรแกรมเดียวที่หลายๆคนรู้จักในเรื่องการการบีบอักไฟล์ให้เป็น .RAR ได้ ที่โปรแกรมอื่นทำไม่ได้ก็เพราะว่า

"การเข้ารหัส .rar เป็นอัลกอริทึ่มลับของบริษัท RAR Lab"

ดังนั้น ฟรีแวร์ที่บีบอัดไฟล์ .rar จะไม่มีเลย

ถามว่า การบีบอัดไฟล์ มันต้องใช้แค่ .rar รึเปล่า ตอบเลยว่าไม่ ที่ใช้กันเพราะแค่ .rar มันบีบได้ขนาดเล็กกว่า .zip .gz หรือ .7z เท่านั้น ถ้ามองข้ามเรื่องนี้ไปก็หาโปรแกรมอื่นมาใช้แทนดีกว่าครับ

 

3. ของเสียเงินมีฟีเจอร์มากกว่าของฟรี

ข้อนี้พบมากในโปรแกรมจำพวก Antivirus รุ่นเสียเงินที่มีรุ่นฟรีให้โหลด

แน่นอนว่ารุ่นฟรีมันต้องมีการตัดฟีเจอร์อะไรออกไปบ้าง แต่ต้องถามด้วยว่า "ใช้ฟีเจอร์นั้นรึเปล่า" ยกตัวอย่างเช่น AntiVir หรือร่มแดง

รุ่นฟรีไม่มี Email Scanner ถามว่าคุณต้องใช้รึเปล่า?

ถ้าใช้ Webmail ก็ไม่ต้องใช้ก็ได้ เพราะเคยแนะนำไปแล้วว่ามันไม่ได้ไปสแกนถึงตรงนั้น

ไหนจะพวก Internet Security อีก ที่ลงกัน แต่พอมีปัญหาอะไรก็ไปปิดส่วนโน้นส่วนนี้ (เช่น Firewall) จะพบได้มากในกลุ่มเกมเมอร์ไร้สมอง แล้วจะลงแบบครบชุดทำไมให้เปลืองเนื้อที่ ?

 

2. ไม่คุ้นเคย

พบได้มากที่สุดกับโปรแกรมที่ใช้ในการศึกษาอย่าง MS Office, Adobe และ Editplus

โปรแกรมพวกนี้เราใช้กันในการศึกษา ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ก็น่าจะหันมาใช้ทางเลือกทดแทนกันดีกว่าครับ ในหลายๆที่อาจจะหันมาใช้ OpenOffice, Gimp หรือ Notepad++ กัน ก็นับว่าดีครับ

อันตัวผมเองเคยใช้ทั้ง  OpenOffice, Gimp หรือ Notepad++ ดูแล้ว แน่นอนว่าช่วงแรกๆก็ไม่คุ้นเคย แต่พอจับบ่อยๆ ก็ชินไปเองครับ

เหมือนตอนที่หลายๆคนเปลี่ยนจาก Ie เป็น Browser ตัวอื่นๆ ถ้าใช้บ่อยๆ เดี่ยวก็ชอบเอง

ขอระบายนิดนึง แต่มันน่าหงุดหงิดกับคำถากถางที่ว่า

"ใช้อะไรแปลกๆ หัดทำให้เหมือนคนอื่นบ้าง"

คิดว่าความเชื่อนี้แงะไม่ออกแน่ๆ ไว้คราวไหนได้ทำงานคนเดียว อาจจะได้ใช้ตามความต้องการ โดยไม่ต้องแคร์ใคร

1.ไม่มีเงิน

ประเทศที่มีรายได้ต่อคนค่อนข้างน้อย เพราะที่จริงๆประเทศใหญ่ๆที่มีอำนาจอย่างจีนกับอินเดียก็ใช้ของเถื่อนกันว่อน ส่วนเรื่องรายได้คงไม่มากน้อยไปกว่าเราซักเท่าไหร่ แต่พอดีพี่มะกันรังแกคนใหญ่โตไม่ได้  เลยหันมาเล่นไทยแลนด์แดนแฮปปี้นี่แหล่ะ ให้ประเทศเล็กๆอย่างเราเลยโดนรังแกไป

นอกเรื่องไปยาวแฮะ

โรคทรัพย์จางไม่เข้าใครออกใครจริงๆครับ

ไม่มีเงิน ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับการใช้ เพราะดูอย่างโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Adobe Suite ปาเข้าไปสามหมื่นห้า เอาไปซื้อวินโดวส์แท้ได้เกือบ 5 กล่อง

อย่างบนช่างมันดีกว่า มาดูที่โปรแกรมแสนสะดวกและจำเป็นกันอย่างเช่น Snagit ราคาประมาณสามพันกว่าบาท แต่จ่ายแล้วใช้งานได้ "ไม่จำกัดเวลา"

ลองคิดดูดีๆ ถ้าคุณเป็นคนเขียนคอลัมน์ในหนังสือคอม คุณซื้อครั้งเดียว แต่ได้เงินตอบแทนหลายหมื่น คุ้มมั๊ยล่ะ

 ถ้าไม่เอาฟีเจอร์การตัดต่ออะไรมาก แค่ Faststone Capture Portable ก็ใช้แทนกันได้แถมฟรีด้วย

บางครั้งที่บอกว่าไม่มีเงิน ลองคิดย้อนดูว่าเราเองเงินไปทำอะไรหมด

บางคนใช้โทรศัพท์เดือนละหลายพัน แต่บอกว่าไม่มีเงินซื้อ KAV ของแท้ในราคาไม่ถึง 800 บาทต่อปีก็น่าคิดนะ

 

 เส้นคั่น

 

พูดไปจริงๆก็เข้าตัวผมเอง เพราะยังมีของ-ตื๊ด-ใช้อยู่ ถึงเราจะเลิกใช้โปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ขาด แต่ก็พยายาม "ลด" ให้ได้มากที่สุดดีกว่าครับ

 

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริงเช่น

เมื่อก่อนเคยใช้ GoldWave ตอนนี้เลิกใช้ หันมาใช้ Audacity ที่เป็นฟรีแวร์แทน เพราะค้นพบว่ามันอัดเสียงและตัดต่อเสียงได้ง่ายกว่า แรกๆก็ไม่คุ้นหรอก แต่ใช้ๆไปก็เริ่มชิน

ใช้ Tuneup Utilities แต่ฟีเจอร์เยอะเกินไป ใช้ไม่ครบ เลยลดลงมาใช้ของฟรีอย่าง IoBit System Care แทน เพราะมีแต่ฟีเจอร์จำเป็นๆ ไม่รก

Power DVD ที่ลงไว้ดู DVD แต่ผมไม่ได้ติดเรื่องคุณภาพมากนัก เลยใช้ AL Show แทน ดูได้ตามปกติ แถมไอคอนน่ารักดีด้วย

Backup 4 All นานๆจะใช้ที แต่ไม่ได้เป็นระดับ Advance ก็ใช้แค่ Backup ของวินโดวส์ก็พอแล้ว

ของมันแทนกันได้ แต่แค่อยากจะลองสิ่งใหม่ หรือลองหันไปดูสิ่งเก่าๆกันก็เท่านั้นรึเปล่า เท่านั้นเองครับ

ไว้พบกันเอ็นทรีหน้าครับ

Comment

Comment:

Tweet

อยากใช้ของแท้อยู่เหมือนกันนะคะ แต่บางทีอย่างที่ว่าน่ะนะ สู้ราคาไม่ไหวเหมือนกัน แพงเกินไป บางโปรแกรมใช้ทดแทนกันได้ เจอปัญหาเหมือนกันเวลาใช้พวก Microsolf office ที่ไม่ใช่ของแท้แล้วมีปัญหาทีหลัง ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ

#53 By Sakuramochi on 2012-12-02 22:29