สำหรับ Tinglish เราอาจจะเคยอ่านกันในบล๊อคคุณ Itshee ในเอ็นทรี รู้จักกับ อิงริช (Engrish) และ ทิงลิช (Tinglish) กันไปแล้ว

วันนี้ผมมีเรียนภาษาอังกฤษครับ กับครูต่างประเทศชาวแคนาดา

ผมว่านะสำเนียงคนต่างประเทศ(ไม่อยากใช้คำว่า "ฝรั่ง") ที่ฟังง่ายๆ น่าะจะเป็นของคนอังกฤษ แคนาดา แม้กระทั่งดัชต์ (เนเธอร์แลนด์)หรือ แดนิช (เดนมาร์ค) เดี๋ยวนี้เค้าก็หันมาพูดภาษาอังกฤษกันเยอะขึ้นแถมฟังง่ายกว่าแบบอเมริกัเยอะ เพราะเสียงกร่อนมาก

 

เส้นกั้นเรื่อง

 

กลับมาที่เรื่อง Tinglish กันต่อ

วันนี้ภาษาอังกฤษผมเรียนเรื่องเกียวกับ Present Simple Tense  นี่แหล่ะ

ซึ่งก็จะมีคำเหล่านี้ในประโยคบอกเล่า Always, Rarely, Often, Sometimes, Never etc.

ทีนี้ เริ่มต้นมา อาจารย์ก็พาออกทะเลกับเรื่องคำว่า Always

ลองเดาซิครับว่าคำว่า Always ตรงกันข้างกับคำว่าอะไร ?

ให้เวลาคิด 5 บรรทัด

 

1

2

3

4

5

 

เฉลย คำว่า Always ตรงกันข้ามกับคำว่า Never ครับ

ผมเลยถามอาจารย์ไปว่า "อ้าว แล้วคำว่า Never ตรงข้ามกับคำว่า Ever ไม่ใช่รึ"

(จะอ่านให้ Drag เมาส์ หรือกด Ctrl+a ในวินโดวส์ หรือกด Command+A ใน Mac)

อาจารย์บอกว่า อันนั้นเป็น Tinglish จ้า

เค้าก็เลยอธิบายว่า Tinglish คืออะไร ซึ่งแน่นอนว่า มีตูฟังอยู่กับเพื่อนไม่กี่คน

มาดูประโยคสนทนาต่อไปนี้กันครับ แล้วลองหา Tinglish กัน

 

Dialogue I

Student : This is my first year in university, I'm freshy.

Ratcicle : Really ?

 

Dialogue II

Thai Police : Please use speed nearly and drive slow slow.

Ratcicle (Driving): ?????

 

Dialogue III

Ratcicle : What do you like to do at Karaoke ?

Master Cheif : I would like to sing a song.

 

Dialogue IV

Snipe : I'm boring, Please open the television.

Ratcicle : Where is the Screwdriver ?

 

Dialogue V

Ratcicle : I've just  paid for the high speed internet.

Spike : Can I try it ?

Ratcicle : Sure!

Spike : Let's play internet.

Ratcicle : ???

 

Dialogue VI

Stench : My USB drive have a virus.

Ratcicle : How can I help ?

Stench : Please scan virus.

 

Dialogue VII

Magmadon :  My boiled rice was very cold.

Ratcicle : Can I help ?

Magmadon : Yes please wave it.

Ratcicle : OK

Magmadon : What're you doing !? Why you splash it to me ?

 

เชื่อว่าหลายๆคนคนเจอกันหมดแล้วนะครับ

 

เอาล่ะ เรามาดูบทสนทนาแรกกันเลย เราจะได้ยินกันบ่อยๆ ในมหาวิทยาลัย

ไม่มีคำว่า Freshy ในพจนานุกรมภาาาอังกฤษที่พิมพ์ในประเทศที่ใช่ภาษาอังกฤษตามพฤตินัยแน่นอนครับ

คำว่านักศึกษาใหม่ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Freshman ครับ ถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะเรียกว่า Freshwoman แต่อาจจะไม่ค่อยได้ยินกัน

 

ส่วนบทสนทนาที่สอง มีจุดผิดอยู่สองที่คือ Speed nearly กับ Slow Slow

คำว่า Speed nearly แปลตาม Tinglish ว่า "ความเร็วใกล้เคียงกัน" แต่มันไม่ใช่แบบนั้น

อีกอย่างนึงคือคำติดปากคนไทยที่ว่า "เร็วๆ" กับ "ช้าๆ" ไม่มีในภาษาอังกฤษครับ รวมไปถึงคำว่า "เด็กๆ" ที่กลายเป็นคำว่า Child Child ไป  แล้วเพี้ยนไปเป็น "ชิวๆ" ไป

 

บทสนทนาที่สาม ไปร้องเพลง คำว่าร้องเพลงในภาษาอังกฤษคือ "Sing"

แล้วคำว่า "a song" มาจากไหนล่ะ อันนี้ผมก็ไม่รู้ ว่ามันมาจากไหนเหมือนกัน

 

บทสนทนาที่สี่ คำว่า "เปิด" ของภาษาอังกฤษคือ Open แต่ไม่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าแน่ๆ

แรทซิเคิลเลยงง แล้วถามหาไขควงอยู่ เพราะจะได้แงะเครื่องทีวีให้ เพราะ Open Television คือเปิดฝาเครื่องนั่นเอง

และคำว่า I'm boring ก็ผิดครับ ถ้าให้ถูกก็ควรเป็น I'm bored

บทสนทนาที่ห้า การใช้อินเทอร์เน็ต ภาษาอังกฤษเค้าไม่สนหรอกว่าจะใช้เน็ตทำอะไร ปั๊มกระทู้ เม้นHi5เรื่อยเปื่อย ส่งไวรัสให้เพื่อน ฝอยเรื่องกิ๊กในเอ็ม โหลดหนังผู้ใหญ่ หรือตั้งกระทู้ด่าใครบางคนในบางบอร์ด

เราเรียกภาษาไทยรวมๆว่า "เล่นอินเทอร์เน็ต" แต่ภาษาอังกฤษไม่มีคำว่า Play internet แน่นอน

คำที่ใช้คือ "Use internet" หรือ "Surf" ครับ

ปล.ตามพจนานุกราฉบับราชบันฑิตยสถาน กำหนดคำว่า Internet เขียนเป็นภาษาไทยทับศัพท์ที่ถูกต้องคือ "อินเทอร์เน็ต" ไม่ใช่ "อินเตอร์เน็ต" นะ

 

บทสนทนาที่หก เข้ากับหัวเรื่อบล๊อคนี้พอดีเป๊ะ

Scan Virus ไม่มีในภาษาอังกฤษครับ มีแต่ในภาษาไทย ไม่รู้ว่าเคยอ่าน Context Menu เวลาคลิกขวาจะสแกนไวรัสกันรึเปล่า

คำที่ถูกต้องคือ "Run a virus scan" หรือ "Scan for virus" ครับ

 

บทสนทนาสุดท้าย อาจจะเคยได้ยินกันในรายการคริสดิลิเวอรี่กันไปแล้ว เรื่องการ "เวฟ" สินค้า

"Wave" หรือที่เราอ่านว่า "เวฟ" แปลว่าคลื่น(N-คำนาม) หรือโบก (V-คำกริยา) ดังนั้นแทนที่แรทซิเคิลจะเอาข้าวต้มไปอุ่นให้แมกมาดอน กลายเป็นว่าสาดข้าวต้มใส่ไป เพราะเอามาโบกให้ดู

 เส้นกั้นเรื่อง

หวังว่าทั้งหมดนี้จะเป็นตัวอย่างในการใช้ภาษาอังกฤษให้คุณๆ ท่านๆที่เข้ามาอ่านนะครับ จะได้รู้ไว้ว่า มันไม่ใช่เรื่อง "ซีเครียด" อะไร แต่ก็น่าจะใช้ให้ถูกกันหน่อย

ถึงภาษาอังกฤษจะไม่ใช่ภาษาบ้านเรา และบ้านเราก็ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นอังกฤษ เราก็ควรจะฝึกใช้ให้ถูกต้องนะครับ

เพราะว่าครูภาษาอังกฤษที่ผมเคารพตอนผมอยู่ ป.2 และคุณแม่ผมพูดกับผมก่อนไปต่างประเทศทุกครั้งว่า

"ถ้าออกจากประเทศไทยไป แล้วเรายังไม่เจอคนไทย

ก็ไม่มีใครพูดภาษาไทยกับเราหรอก"

ปล.สำหรับแฟนๆ Halo อาจจะเคืองใจว่า Master Cheif ร้องเพลงเป็นด้วยเหรอ มีหลักฐานให้ดูครับ จากเว็บ Bungie เลยหล่ะ ดูรูปด้านล่างเลย

 

 


 

Comment

Comment:

Tweet

ซึ้งด