แบบว่า เมื่อหลายปีก่อนผมเคยเคยเอ็นทรี วันเกิดเของ Crash Bandicoot ไปแล้ว ที่เอ้นทรี สุขสันต์วันเกิดนะ แครช แบนดิคูท วันนี้ก็ตาน้องสาวของเขาบ้างละ
 
วันนี้มีแอคทวิตเตอร์ที่ผม Follow อยู่ ชื่อ @CrashFANjp ทวิตมาว่าวันที่ 5 พค. เป็นวันเกิดของน้องสาวเจ้า Bandicoot นี่เอง
 
ผมเลยขอโอกาสนี้ เอาภาพสวยๆที่เขา RT มาให้ชมกันครับ
 
Coco by ‏kouhakugohan
 
Coco by siro_donguri
 
 
 
ครับ สุดท้ายนี้ก็ขอใก้มีเกมใหม่ๆของเจ้าแบนดิคูตออกมานะครับ ก่อนที่หลายๆคนจะลืมกันไปหมดซะก่อน สำหรับวันนี้ บ๊ายบายครับ
สวัสดีครับ หายไปนานเลย มีใครคิดถึงผมมั่งมั้ยเอ่ย! Cool
 
เอ็นทรีนี้ผมจะมาพูดเรื่องความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตไทยครับ
 
ท่านผู้อ่านครับ หลายๆท่านคงเคยเห็น Infographic ภาพนี้กันแล้ว (Infographic ภาษาบ้านๆคือการนำเสนอข้อมูลผ่านภาพกราฟิกที่ทำให้อ่านได้ง่ายขึ้น)
 
 
 Infographic นี้แสดงให้เห็นว่าความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตประเทศไทยเร็วกว่าหลายๆชาติในอาเซียนครับ ก็น่ายินดีด้วยครับ
 
แต่......
 
เอ็นทรีนี้ขอคิดต่างเล็กๆครับ จริงอยู่ว่าอินเทอร์เน็ตประเทศเราเร็วกว่าหลายๆประเทศ แต่ท่านผู้อ่านลองคิดตามผมนะครับว่ามันน่าแปลกที่บางประเทศอย่างบรูไนหรือมาเลเซีย นั้นมีอินเทอร์เน็ตที่ช้ากว่า ทั้งๆที่ประเทศเขาเจริญกว่าเรา (แต่มาเลเซียนี่คงมากกว่าไทยนิดหน่อย แทบไม่ต่างกัน)
 
สองประเทศนั้นกลับมาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากกว่าไทยครับ
 
 ผมลองอ้างอิงจากเว็บ Internet world stat ที่เป็นเว็บรวมรวมสถิติการใช้อินเทอร์เน็ตของทั่วโลกครับ
 
 
จากข้อมูลในเว็บ พบว่าประเทศไทยมีผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ประมาน 20 ล้านคน
 
 
เรามาดูตารางที่สองกันต่อ
 
 
จากข้อมูลในตารางผมตัดมาเฉพาะบริเวนที่มีแต่ชาติอาเซียนนะครับ
 
ประเทศมีประชากรประมาน 67 ล้านคน เข้าถึงอินเทอร์เน็ตประมาน 20 ล้านคน นั่นหมายถึงว่าคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตประมาน 30% (พูดง่ายๆคือไม่ถึงครึ่งนึงของประเทศ)
 
ประเทศมาเลเซียมีประชากรน้อยกว่าไทย คือประมาน 30 ล้านคน แต่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต 17 ล้าน คิดเป็น 50-60% ของประเทศ
 
ประเทศพัฒนาแล้วอย่างบรูไน มีประชากรประมาน 400,000 กว่าคน แต่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากถึงสามแสนกว่าราย คิดเป็น 78%
 
ไม่ต้องพูดถึงประเทศที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ที่เข้าถึงกันมากกว่า 75% และยังเร็วติดอันดับต้นๆของโลกด้วยครับ Undecided
 
ลองมองประเทศที่พัฒนาใกล้เคียงไทยอย่างเวียดนามหรือฟิลิปปินส์ แล้วพบว่าประเทศเหล่านี้ถึงจะมีอินเทอร์เต็นช้ากว่าไทย แต่จำนวนและอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้นมากกว่า Sealed
 
ใช่ครับ เอ็นทรีนี้สิ่งที่ผมอยากจะสื่อก็คือ ความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่ใช่สิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างเดียวครับ เราต้องเพิ่มอัตราการเข้าถึงด้วย เพราะใครไม่รู้เคยกล่าวไว้ว่า
 
 อินเทอร์เน็ตสามารถลดช่องว่างทางสังคมได้
 
ก็ถูกของเขานะครับ เพราะอินเทอร์เน็ตทำได้มากกว่าเล่นเกมออนไลน์ มันใช้หาความรู้และติดตามข่าวสารได้แบบ Realtime ในยุคที่ใครๆก็เป็นผู้สื่อข่าวได้ ทำให้ผู้เข้าถึงนั้นทันโลกและข่าวสารมากขึ้น (แต่ต้องใช้วิจารณญาณในการรับข่าวด้วยนะ)
 
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ายุค 3-4G จะทำให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นครับ
สวัสดีครับทุกท่าน ทุกท่านคงทราบดีกว่าสัปดาห์หน้านับตั้งแต่วันนี้ Windows XP ก็จะหยุดพัฒนาแล้ว  
 
หลายๆท่านอาจสงสัยว่า เมื่อหยุดพัฒนาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับผู้ใช่ตามบ้านไม่ค่อยน่าห่วงครับ ที่น่าห่วงคือองค์กรใหญ่ๆหรือธุรกรรมการเงินมากกว่า
 
เอาละครับ เมื่อ XP หยุดพัฒนาขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่จะตามมาคือเรื่องช่องโหว่และบั๊กต่างๆของมันจะไม่ถูกแก้ไขนั่นเอง
 
คนอ่าน: แล้วเราจะป้องกันยังไงล่ะ ใช้ Antivirus ได้มั้ย
Rat: คำตอบคือได้ครับ
 
คนอ่าน: เฮ! รอดตายแล้ว
Rat: แต่เดี๋ยวก่อน.......!
ครับ เราอาจต้องพึ่ง Antivirus, Firewall กันอยู่ (โดยเฉพาะเครื่องที่ต่อเน็ต) แต่ทางผู้ผลิต Antivirus ต่างๆเองก็กำหนดเวลาที่จะเลิกรองรับ XP เหมือนกันครับ
 
 
แม้แต่ Antivirus ของ Microsoft เองก็ยังส่งคำเตือนนี้ขึ้นมา เราคงต้องหา Antivirus ตัวอื่นครับ
 
คนอ่าน: แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้พัฒนาจะรองรับ XP ถึงเมื่อไหร่?Laughing
Rat: ผมมีข้อมูลจากเว็บ AV-Test มาฝากครับSmile
 
 
ปีเฉลี่ยคือน่าจะเป็นปี 2016 ครับ คืออีกสองปีนับจากนี้ แต่บางค่ายอาจเร็วกว่านั้นอย่าง Avira ครับ
ก็ ไม่ถือว่าเป็นอะไรใหม่ครับ ถ้าคุณมีอายุหน่อย คุณจำวันที่เปลี่ยนจาก 98/ME เป็น XP ได้มั้ยครับ อารมณ์ประมานนั้นเลย แค่เปลี่ยนยุคสมัย เพราะเดี๋ยวนี้คนเข้าถึงคอมฯกันมากกว่าปลายยุค 90' ครับ
 
เอาละครับ นี่ก็เป็นช่วงเวลาดีๆที่ XP มีให้เราครับ ใครที่อยากจะอัพเกรดเป็น Windows ที่ใหม่กว่า ก็อย่าลืม Backup ไฟล์ไว้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น External HDD หรือจะเป็นแบบ Onlineอย่าง SkyDrive (ปัจจุบันคือ OneDrive), Google Drive หรือ Dropbox ก็สะดวกดีครับCool
สวัสดีครับ เอ็นทรีก่อนๆผมได้รีวิวและแนะนำส่วนต่างๆของ Roboscan กันไปแล้ว วันนี้จะมาเปิดเผยฟีเจอร์สุดเทพของโปรแกรมนี้กันครับ
 
Windows Update
 
เคนดิตภาพจาก Windows8.iYogi.com
 
มีท่านผู้อ่านคนไหนยังจำ Baidu PC faster ที่ผมเคยเขียนไว้ได้มั้ยครับ?
 
คนอ่าน: จำไม่ได้ว่ะ
Rat: กลับไปอ่านเอ็นทรีนี้ซะ Baidu PC Faster โปแกรม Made in China แต่คุณภาพไม่จีนแดง
 
 
กลับมาที่ RS ต่อ Money mouth
 
ในโปรแกรม RS ก็มีฟีเจอร์นี้ครับ แม้แต่ในรุ่นฟรีก็ตาม (ความแตกต่างเราจะสรุปผลท้ายเอ็นทรีนะครับ)
 
ใน RS จะเรียกฟีเจอร์นี้ว่า Windows Security Update โดยสามารถเข้าไปได้ทาง System protection > Windows Security Update ตามภาพด้านล่าง
 
Roboscan Windows Update
 
เมื่อเข้ามาแล้ว มันจะทำหารสแกนหาช่องโหว่และ Patch ที่เหมาะสมกับ OS เราโดยอัตโนมัติ
 
Roboscan scanning for windows security update
สะดวกดีนะ
 
 การทำงานนี้ใช้เวลานานหน่อยครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราไม่ได้ติดตั้ง Patch กี่ตัว (ถ้าวินโดวส์กุ๊กกู๋ก็คงนานมากเพราะส่วนมากปิด Windows Update ไว้ Kiss)
 
เมื่อมันสแกนเสร็จ ก็จะขึ้นรายชื่อ Patch ของ Os เราครับ
 
Windows update list
เมื่อเราส่งให้มัน Fix มันก็จะเริมทำงานครับ
 
Roboscan patch updating
การทำงานตรงนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานครับ เราควรทิ้งเครื่องไว้เฉยๆแล้วกลับมา หรือสั่งให้มัน Shut Down ไปเลยก็ได้ เพราะยังไง RS ต้องขอให้เรา Restart เครื่อง 1 รอบหลังวจากติดตั้ง Patch จนครบครับ
 
เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ กับฟีเจอรช่วยในการ Update ตัว Windows ของเรา ต่อไปจะพูดถึงความแตกต่างครับ
 
RS นั้นมีอยู่ 3 เวอร์ชั่นครับ คือ Free, Pro และ Enterprise
 
Roboscan Editions
 สำหรับตัว Enterprise นั่นสำหรับองค์กรใหญ่ๆ จะไม่มีขายบนเว็บครับ ต้องติดต่อผู้พัฒนาเอา ส่วนความแตกต่างอื่นๆก็ตามนี้ครับ
 
Roboscan Free VS Pro
 
 ข้อแตกต่างระหว่างรุ่น Free กับ Pro คือ เวอร์ชั่นฟรีจะไม่สามารถใช้ Pc Optimize ได้ ซึ่งผมว่ามันไม่ค่อนจำเป็นเท่าไหร่
 
ต่อมาก็เรื่อง Ads ในรุ่นฟรีจะมี Ads โผล่มาใต้หน้าต่างหลัก และเวลา Update ครับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ ที่ยอมรับได้ (ที่ผมยอมรับได้สูงสุดคือเหมือนกรณี Avira มี Popup ตอน Update)
 
สรุป:
 
Roboscan นี้คล้ายๆ Comodo คือมี Antimalware+Firewall ในตัว แต่ถ้าจะเทียบเรื่อง Firewall ผมว่าขาออกทำงานเงียบกว่า Comodo แต่มีปัญหากับการป้องกันขาเข้า เพราะเมื่อผมลองใช้แอพมือถือทำการ Port Scan โปรแกรมกับถามผู้ใช้แทนนับว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ถึงแม้จะเป็นการทดสอบในวงแลนเดียวกันก็ตามFrown
 
 ถ้าเป็นเรื่อง Antivirus เรียกได้ว่าทำงานรวดเร็วมาก เบาเครื่องสุดๆ สแกนเร็ว แม้ว่าจะเป็นระบบ Multi Engine Embarassed
 
จริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่อง Firewall เราสามารถลงแบบปิด Firewall ของ RS แล้วเปิด Firewall ตัวอื่นควบคู่กันไปก็ได้ (แม้แต่ Windows Firewall เอง)
 
เป้นยังไงกันบ้างละครับ ปีใหม่ ก็มีโปรแกรมใหม่ๆมาแนะนำกัน ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีครับCool