สวัสดีครับทุกคน หายหน้าหายตาไปนานเลย พอดีว่าผมเพิ่งได้หยุดยาวจริงๆก็หลังสงกรานต์เลย เลยอาศัยช่วงนี้ไปเที่ยวกับครอบครัวครับ (ดีออก ไปไหนมาไหนคนก็น้อย)
 
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อสองอาทิตย์ก่อนช่วงสิ้นเดือนเมษายน เป็นเวลาเดินทางครับ โดยทริปนี้เราจะเริ่มต้นที่ LA ครับ ตามแผนที่นี้
 
USA Trip map
 
แผนที่นี่คือผมไปค้างที่ไหนบ้างอะนะ เอาล่ะเรามาเริ่มเลยดีกว่า
 
แรกสุด ผมก็ต้องจัดกระเป๋าก่อน
 
Packing
 
กระเป๋าใบนี้เรียกได้ว่าเป็นคู่หูการเดินทางของผมเลย เพราะผมใช้มันตั้งแต่ไปแคว้นเวลส์คราวโน้น น้องเอาไปนิวซีแลนด์ ผมเอาไปแคนาดา จนตอนนี้ก็ถึงคราวที่มันต้องเดินทางครั้งสุดท้าย (ไม่แตกบนเครื่องก็บุญแล้ว Foot in mouth) จนผมต้องเอามันไปทิ้งที่ NYC เลยทีเดียว (ดีออก ทิ้งในเมืองระดับโลกนะเออ Cry)
 
เมื่อจัดกระเป๋าแล้วก็แหกขี้ตานั่งรถไปสุวรรณภูมิตอนตีห้า เพื่อ Check In เพราะผมซื้อตั๋วออนไลน์
 
คืออยากจะบอกว่า มันน่าจะหมดยุคไปซื้อตั๋วเครื่องบินที่หลามบินฯ แล้วอะนะ เพราะซื้อออนไลน์ทั้งถูกกว่า เลือกที่นั่งได้ผ่านเน็ต แถมง่ายกว่าเยอะเลยครับ
 
เที่ยวบินนี้เราจะไปลงที่ฮ่องกงกันก่อน แล้วผมก็เจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝันตอนสแกนของขึ้นเครื่อง
 
Cosmetic Bag
 
นี่กระเป๋าเครื่องสำอางแม่ผมเอง ที่มีปัญหาคือกระเป๋าซ้อนกันสองใบ และมีอะไรบางอย่างคล้ายของมีคมอยู่ในนั้น (กรรไกรดัดขนตาเนี่ยนะ??)
 
ตอนที่ตรวจ ผมออกมาคนสุดท้าย ก็เลยอำแม่ไปว่าตรวจเจออุปกรร์ก่ออาชญากรรม เป็นอุปกรณ์อำพรางใบหน้า และยาเสพติด ที่แม่ติดมาหลายสิบปี
 
ได้ผลครับ แม่หน้าซีดเลย อีแรทซิเคิลโดนแม่ตบหัว 1 ที โทษฐานกวนตีนและทำให้แม่ตกใจ แง๊! Tongue out
 
ที่เราต้องไปลงฮ่องกงกันก่อน เพราะคราวนี้ใช้บริการของสายการบิน Cathay Pacific (ที่มีข่าวเรื่องดักสาดกาแฟบนเครื่องนั่นแหล่ะ Frown)
 
อะแฮ่ม! เมื่อกี้ล้อเล่นนะครับ อย่าเพิ่งเอากาแฟสาดผมล่ะ Undecided
 
เมื่อถึงฮ่องกง หลังจากที่ทนBaby Passenger สามชั่วโมงเต็ม (พวกแอร์บอกว่าเป็นผู้โดยสารน่าสะพรึงกลัวระดับ 1) ก็ไม่อารมณ์กินอะไรบนเครื่อง มาถึงฮ่องกง ก็เลยกินเจ้านี่กัน
 
HK Tonkatsu
 
คนอ่าน: มากินหมูชุบแป้งทอดที่ฮ่องกงเนี่ยนะ? ไม่มีร้านฟูจิแถวบ้านแกรึไง!?
Rat: แหม่! ก็อาหารจีนมันมีแต่อาหารทะเลนี่ ยาแก้แพ้เขาก็ไม่ให้เอาขึ้นเครื่องเยอะๆง่ะ Tongue out
 
เนื่องจากครอบครัวและผมต้องรอ 5 ชั่วโมงเต็มๆ นี่ถือว่าน้อยมากเมื่อเที่ยวกับตอนไปแวนคูเวอร์ เพราะที่นั่นผมรอที่ไต้หวัน 8 ชม. กว่าๆ
 
Fly over LA
 
นี่ถ่ายจากบนเครื่องครับ
 
จากฮ่องกงไปถึง LA (อย่าเติม OS ด้านหลัง) ใช้เวลา 20 ชั่วโมงกว่าๆครับ หลังจากพะอืดพะอมกันเต็มที่แล้ว เราก็ลงที่สนามบิน LAX เพื่อเข้าเมืองไปหาญาติของเพื่อนแม่ผมครับ
 
 
 
เมื่อพูดถึง California ทุกคนจะนึกถึงอะไร แน่นอนครับ มันต้องเป็น "ส้มแคลิฟอร์เนีย" ที่หลังบ้านน้าเขาก็ปลูกไว้ครับ เหมือนคนไทยปลูกมะม่วงหลังบ้านนั่นแหล่ะครับ Cool
 
orange 
 
ส้มลูกเท่าจานเลยSealed
 
เมื่อนอนค้าง 1 คืนแล้ว ที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือ Universal Studios Hollywood นั่นเอง
 
Universal studios high view
 
มองจากมุมสูง สวยใช้ได้เลยละ
 
Universal flower garden
 
ในสวนสนุกมีสวนดอกไม้สวยๆด้วยละ โชคดีมาช่วง Spring
 
สำหรับใครที่ไม่อยากมาไกลถึง Hollywood อยากจะบอกว่าที่สิงคโปร์ก็มีเหมือนกันครับ (เคยเขียนในเอ้นทรีเก่าไปแล้ว หาดูนะครับ) แต่อาจจะเล็กกว่านิดหน่อย แต่ถ้าหมายถึงเครื่องเล่นล่ะก็ หลักก็มีเมืองกับที่นี่ครับ Cool 
 
นอกจากนี้ตอนเย็น (ดวงอาทิตย์ตกสองทุ่ม) เราก็ไปเดิน Hollywood Street กันต่อ ที่ๆมีมือกับรอยเท้าของนักแสดงดังๆนั่นแหล่ะครับ
 
 
Hollywood
 
ซูมมาใกล้สุดได้แค่นี้ อยากได้มากกว่านี้คงต้องพกข้าวหลามไป *หลบแฟนกล้อง*
 
นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ ก่อนจบเอ็นทรีตอนนี้ขอฝากรูปดอกไม้สวยๆจากสวนของบ้านคุณน้าครับ
 
Rose in Rosemead
 
ดอกกุหลาบใหญ่เท่าฝ่ามือเลย Wink
 
 
ดอกเฟื่องฟ้าก็มีนะ Embarassed
 
เอาละครับ เอ็นทรีต่อไป จะเป็นเรื่องของการเดินทางไปยังเมืองคาสิโนอย่าง Vegas ไปหาอินเดียนแดงที่ Grand Canyon และเดินทางข้ามทะเลทรายสุดทรหดใน Arizona ติดตามกันนะครับ Surprised
เมื่อหลายเดือนก่อนผมได้รีวิวโปรแกรมของค่ายเดียวกันนี้ไว้ที่เอ้นทรี Baidu System UP มาอัพเดตวินโดวส์กันเถอะ
 
และในวันนี้ Baidu อ่านว่า "ไป่ตู้" แต่ไม่รรู้ว่ามีผมคนเดียวรึเปล่าที่อ่านมันว่า "ไบ่ดู" Foot in mouth (เกลียดพินอิน)
 
Baidu Logo
 
เอ่อ เราว่าเราพักเรื่องชื่อไว้ก่อน ใครจะอ่านอะไรก็ได้ครับ
 
หลายๆคนคงเห็นชื่อโปรแกรมนี้โผล่ตามโฆษณาบ่อยๆ ซึ่งตัว Baidu ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้คือตัว PC Faster ครับ (อย่าจำสลับกับ Antivirus)
 
ลิ้งโหลดอยู่ท้ายเอ็นทรีเช่นเดิมครับ Cool
 
มาเริ่มกันเลยดีกว่า
 
หน้าตาการติดตั้งโปรแกรมนี่ หลายๆคนคงโอดโอย เบื่อหน่ายกับการดูบาร์เลื่อนแล้วดูเลขเปอร์เซนต์ แต่โปรแกรมนี้ไม่เป็นแบบนั้น
 
Baidu PC Faster Installing
 
Wallpaper รูป Penta Penguin สุดน่ารักโหลดได้ที่ Penta Penguin Wallpaper
 
เมื่อลงแล้ว ตัวโปรแกรมจะเป็นภาษาไทยครับ
 
Baidu PC Faster Main UI
 
คนอ่าน: ไม่อยากใช้ภาษาไทยอ่ะ ทำไงดี?
Rat: คลิกที่เมนู "..." ไปที่ ภาษา แล้วเปลี่ยนครับ
 
Baidu Language Change 
เราจะใช้เมนูภาษาอังกฤษกันนะครับ เพราะเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น เพราะโปรแกรมนี้เหมือนยังแปลไม่ค่อยเป็นภาษาคนนัก
 
เรามาดูส่วนสำคัญอื่นๆต่อดีกว่าครับ
 
Baidu Tools
 
เมนูหลัก 6 เมนู ทำอะไรได้บ้าง เราจะมาดูกันทีละเมนูครับ (เมนู Home ก็คือหน้าแรกไงครับ)
 
ที่หน้าแรก จะมีปุ่มปุ่มเดียวให้เรากด เมื่อกดแล้วมันก็จะเิริ่มทำงาน
 
Baidu Scanning
 
โดยเมนูนี้คือ 1 click คือจะตรวจสุขภาพคอมเราโดยรวมครับ โดยที่มันจะทำงานโดย
 
  • สแกนหาไฟล์ขยะที่ลบได้
  • ตรวจหา Service, Startup Program ที่ไม่จำเป็น *อันนี้สำคัญมาก ต้องอ่าน
  • หาช่องโหว่ (Patch) ของ OS

 

เมื่อมันสแกนเสร็จ ก็กด Fix มันก็จะเริ่มทำงานต่อครับ

Baidu Fixing

 

คนอ่าน: แล้วเราจะกำหนดเองได้มั้ยว่าจะให้มันปิดโปรแกรมไหนมั่ง

Rat: อ่านเอ็นทรีนี้ต่อครับ

มาที่เมนู Speedup (รูปจรวด)

 

Baidu speedup

 

มาที่ History แล้วมองหาโปรแกรมที่เราต้องใช้ครับ มันจะรวบรวมค่าเดิมๆที่แก้ไข

 

Baidu History

 

โปรแกรมไหนที่เราต้องใช้ ก็แค่ Enable กลับมมาครับ

 

คนอ่าน: มีโปรแกรมที่สำคัญมากรันตอนเริ่มระบบ จะให้มันรันทีหลังได้มั้ย

Rat: ได้ครับ เราสามารถตั้ง Delay ได้

 

Startup Delay

 

โปรแกรมอย่าง uTorrent หรือ Magicdisc (โปรแกรมจำลองไดรฟ์ DVD) นี่ผมไม่รีบใช้งานอยู่แล้ว  ให้เราคลิกที่รูปเฟืองเพื่อเลือก Delay ได้ครับ

 

Delayed program.

 

เมื่อทำแบบนี้ uTorrent จะเริ่มต้นช้าลงครับ Cool

หมายเหตุ: การ Delay จะทำให้เรารู้สึกว่าคอมเราทำงานช้าลง แต่จริงๆมันไม่ได้เป็นแบบนั้น การ Delay คือจะปล่อยให้ Windows โหลด Service, StartUp รวมทั้งตัว Baidu เอง ทั้งหมดจนครบก่อน แล้วจึงค่อยโหลดโปรแกรมนั้นขึ้นมา ทำให้บางครั้งโปรแกรม Startup อาจขึ้นมาน้อยในช่วงแรกๆ แต่เมื่อทิ้งไว้ซักพัก โปรแกรมอื่นๆที่เรากำหนดให้ Delay เอาไว้ถึงจะขึ้นมาครับ

คำเตือน: อย่า Delay เซอร์วิสของวินโดวส์, ไฟล์ระบบ และโปรแกรมที่ป้องกันตัวเองได้เช่น Antivirus, Firewall เพราะโปรแกรมอาจมองว่า Baidu เป็นมัลแวร์ครับ

 

เมนูต่อมาก็คือ Win Update ครับ

 

Baidu Windows Updater

 

การทำงานก็คือ เอ่อ... เหมือนเอ็นทรีก่อนอะนะ กลับไปอ่านซะนะ Foot in mouth

คนอ่าน: อู้นี่หว่า Frown

มาดูเมนูอื่นกันต่อดีกว่า นะนะนะ Smile

 

Baidu Tools

  

เมนู Toolbox คือการรวมรวมเมนูในการจูนระบบครับ ซึ่งเครื่องมือส่วนใหญ่จะอยู่ใน Cleaner และ Speedup หมดแล้วครับ

 

เรื่อง Cleaner ผมว่ามันก็ทำงานในตรง 1-click แล้วนะ (คนอ่าน: อู๊ย! เอ็นทรีนี้โคตรลวกเลยครับพี่น้อง!!)

 

เอาละครับ ขอจบเอ็นทรีนี้ก่อนนะครับ เพราะเห็นว่าชักยาวแล้ว

คนอ่าน: เดี๋ยวๆ รู้สึกว่าแกจะข้ามเมนู Cloud Scan กับ App Store ไปนะ Innocent

Rat: ไว้ติดตามต่อเอ็นทรีหน้านะครับ นะๆ ตะเอง นั่นๆ วางกาแฟลงก่อน นั่น แบบนั้นFoot in mouth

 

ผมให้ลิ้งโหลดไว้แล้วกันครับ

เข้าไปโหลดจากเว็บเขาโดยตรงได้ที่ Baidu PC Faster

ไว้ติดตามต่อเอ้นทรีหน้านะครับ เพื่อไม่ให้เอ็นทรีนี้ยาวเกินไป จริงๆนะ Cry

 

Ps. ใครสงสัยโพสถาม หรือเมล์มาถามได้นะครับหากต้องการความเป็นส่วนตัว อย่าทิ้งอีเมล์ไว้

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน หลายๆท่านคงรู้สึกว่าช่วงนี้อากาศร้อนขึ้นทุกวันๆ เพราะมันจะหน้าร้อนแล้ว
 
Summer dog from 9GAG
 ภาพน้องหมาจาก 9GAG น่ารักดีเลยเอามาแปะไว้เยย!
 
จนพัดลมเอาไม่อยู่ จนต้องไปหาซื้อแอร์มาติด
 
จะว่าไป แอร์สมัยนี้ก็ไม่แพงเท่าสมัยก่อนด้วยสิ ราคาแค่หมื่นกว่าๆเอง เมื่อก่อนครึ่งแสนแน่ะ
 
เครื่องใช้ไฟฟ้านอกจากจะดูที่ยี่ห้อ รูปร่าง ประกัน พริตตี้ (เดี๋ยวๆ Laughing) แล้ว ยังต้องดูว่ามันประหยัดไฟด้วยรึเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องปรับอากาศ หรือที่เรียกสั้นๆว่า "แอร์" นี่เอง
 
ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าสมัยนี้บ้านเราขาดแอร์ไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยๆห้องนอนก็ต้องติดอะนะครับ Cool
 
ทีนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานกับอุณหภูมิเนี่ย จะกินไฟมากเป็นพิเศษ (ในที่นี้รวมถึงทำความร้อนด้วย) ทางกระทรวงพลังงานก็เลยมีโครงการชื่อ "โครงการประชาร่วมใจ ประหยัดไฟฟ้า" ออกมา
 
หลายๆคนอาจไม่รู้ว่าไอ้โครงการที่ว่านี่มันมีด้วยเรอะ? คำตอบคือมีครับ แต่อาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าผมบอกว่า "ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5" ล่ะก็คงนึกออก Embarassed
 
ใช่แล้วครับ เบอร์ 5 บ้าเห่อ นี่เอง เดี๋ยวนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ต้องเอาที่มันติดฉลาดเบอร์ 5 เพราะว่าจะได้รับการรับรองจากกระทรวงพลังงานนั่นเองครับ
 
กลับมาที่เบอร์ 5 ต่อ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีแลากเบอร์ 5 จึงได้รับความสนใจมากกว่าที่ไม่ได้ติดฉลาก ดังนั้นพวกพ่อค้าหัวใส (หัวไปไกลๆ) จึงทำการปลอมแปลงออกมาครับ
 
ฉลากเบอร์ 5 ปลอม
Credit ภาพจาก PostJung
 
เบอร์ 5 ปลอม
 
แอร์เบอร์ 5 ปลอม
ส่วนอันนี้ติดอยู่ที่แอร์โนเนม
 
ภาพข้างต้นคือของปลอมนะครับ ภาพต่อไปจะเป็นของจริง
 
แอร์เบอร์ 5
อันนี้ของแอร์มียี่ห้อ

ตู้เย็นเบอร์ 5
อันนี้ติดอยู่ที่ตู้เย็นบ้านผมครับ
 
พัดลม เบอร์ 5
อันนี้อยู่ที่พัดลม
 
คนอ่าน: แล้วเราจะมีวิธีแยกของจริงกับของปลอมยังไงล่ะ? Penguin hot
Rat: นั่นแหล่ะครับ ที่ผมจะเขียนบอกในเอ็นทรีนี้
 
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 จะมีจุดสังเกตดังต่อไปนี้ครับ ลองไปสังเกตดูตามเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน ถ้าอ่านในอุปกรณ์พกพาก็ถือไปอ่านด้วย (ออกแนวบังคับ Kiss)
 
ข้อมูลบนฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
 
รูปนี้ขยายจากรูปบน แอร์เครื่องนี้ซื้อมาเมื่อปีก่อน ติดที่คอนโดฯครับ
แอบโปรโมทนิดๆว่าแอร์ยี่ห้อ Central Air นี่ยี่ห้อคนไทยครับ ช่วยกันอุดหนุนของไทยๆกันก็ดีครับ Smile
 
ปล. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยประหยัดไฟมากกว่าเครื่องที่ไม่มี แต่เป็นเพียงแค่ข้อมูลช่วยตัดสินใจครับ
 
ก็ขอให้เอ็นทรีนี้เป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้านะครับ ว่าแล้วก็ขอแว่บไปเปิดแอร์มั่งดีกว่า
 
Ratcicle Freeze
ร้อนแบบนี้ แรทซิเคิลจะไม่ทน! โฮกกก!!
เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่อง ICT Free wifi ของรัฐบาล หลายๆคนอาจจะเจอปัญหาจุกจิกซิกแซกบ้าง หลายคนก็อยากจะหาบริการ Wifi ที่สเถียร เร็ว และมีพื้นที่บริการที่มากกว่า ซึ่งไม่อยากใช้คำว่า "ครอบคลุม" เพราะสัญญาณ Wifi มันไปได้ไม่กี่เมตร Frown
 
ตอนนี้ก็เป็นตอนที่ 3 กับเรื่อง Wifi นะครับ อย่างที่บอกว่าเอ็นทรีนี้เป็นการต่อยอดทั้งสองเอ็นทรีก่อน อาจจะ "ยาว" แน่ๆ แต่ผมว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราๆแน่ครับ
 
คุณผู้อ่านเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้มั้ยครับ?
 
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่า Hotspot ครับ ที่เราสามารถพบได้ตามศูนย์การค้า
 
คนอ่าน: แล้ว Wifi ธรรมดากับ Hotspot ต่างกันตรงไหนล่ะ Laughing
Rat: ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับระบบ Hotspot ก่อนครับ Cool
 
Hotspot ก็คือ Wifi นี่แหล่ะครับ เป็นอินเทอร์เน็ตไร้สาย แต่มันต่างกันตรงที่ Hotspot เหล่านี้จะไม่ต้องใส่ Password ในการเชื่อมต่อ
 
ซึ่งอยากจะย้ำท่านผู้อ่านในที่นี้ว่า Hotspot เหล่านี้ "ไม่ฟรี"
 
[โปรดอ่านคำว่า "ไม่ฟรี" ดังๆ]
 
ใช่แล้วครับ พวก Hotspot เหล่านี้ เมื่อเชื่อมต่อติดแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนใช้ฟรี แต่ความจริงคือเมื่อคุณเปิดเว็บใดๆขึ้นมา มันจะ Redirect ไปที่หน้ากรอก Username กับ Password ที่ต้องซื้อเอา
 
ภาพจากเว็บของ AIS โดยตรง (ไม่ได้ Hotlink นะ อย่าตบผมUndecided)
 
จากตรงนี้ ถ้าเราต้องการจะใช้ Wifi ของ AIS เอง คุณต้องสมัครแพกเกจที่แถมชั่วโมง Wifi มาให้ด้วย และเขาจะให้รหัสมาเพื่อมา Login ตรงนี้ครับ
 
แต่กรณีของ TrueWifi ที่ผมเคยใช้เมื่อนานมาแล้ว ถ้าในโปรฯมีชั่วโมง Wifi มาให้ด้วย ทาง Operator จะถาม MAC Address ของมือถือเรา เมื่อเราเอาไปเชื่อมต่อ TrueWifi แล้ว มันจะต่อให้อัตโนมัติครับ ไม่ต้องมาใส่รหัสใดๆ
 
คำเตือน: การกด *388# แล้วโทรออก ไม่ได้ทำให้คุณได้รหัส Wifi ฟรีแต่อย่างใด แต่กลายเป็นว่าคุณจะโดนเก็บเงินเพิ่มอีกประมาณร้อยกว่าบาทในรอบบิลหน้า (99 บาท + Vat 7%) เพราะถือว่าคุณซื้อชั่วโมง Wifi รายเดือนของเขาครับ
 
คนอ่าน: แล้วถ้าเราจะใช้ Wifi Hotspot แบบไม่เหมารายเดือนเนี่ย จะทำยังไงดีล่ะ Laughing
Rat: ทำได้ึีครับ ด้วยการซื้อชั่วโมง Wifi ตามร้านหนังสือหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป
 
ในที่นี้ผมขอแนะนำ 3BB Wifi แล้วกัน เพราะเคยใช้งานจริง
 
นี่คือรหัสสำหรับ 3BB Wifi ที่ผมได้มาตอนงาน TGS ที่ผ่านมา
 
 
สภาพยับเยินใช้ได้เลย แต่เลขข้างในยังไม่จางนะ Surprised
 
ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างด้วยมือถือแล้วกันนะครับ ในคอมจะอธิบายเสริมไป
 
เมื่อเราให้อุปกรณ์ของเราสแกนหา Wifi เราก็จะเจอสัญญาณ Wifi แถวๆนั้นครับ
 
 
ให้เราเลือก 3BB Wifi ครับ รอจนกว่าจะเชื่อมต่อสำเร็จ
 
ถ้าเป็นใน iOS เมื่อต่อแล้วมันจะขึ้นหน้า Login ทันที เพื่อให้เราใส่รหัส
 
 
ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ให้คุณเปิด Browser ขึ้นมา แล้วเปิดเว็บอะไรก็ได้ครับ มันจะ Redirect มาที่หน้านี้เหมือนกัน
 
เมื่อใส่รหัสและ Login แล้ว ก็จะได้หน้านี้
 
 
หน้านี้จะแสดงจำนวนนาทีที่ใช้ไปและชั่วโมงคงเหลือครับ ให้เราเปิดหน้านี้ทิ้งไว้ ถ้าเป็น Smart Phone หรือ Tablet ก็ให้กดปุ่ม Home ออกมาหน้าแรกได้เลย
 
สำหรับคอมพิวเตอร์ ให้เปิดหน้าบราวเซอร์นั้นไว้ครับ ดังนั้น เพื่อความสะดวก ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ Browser ที่ Login กับตัวที่เราใช้เปิดเว็บเป็นคนละตัวกัน จะได้ไม่เผลอปิดไปครับ
 
อ้อ! สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มี Firewall ให้เราเลือก Network Zone เป็น Public เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนมองเห็นเราจากในเครือข่ายครับ (หากไม่เข้าใจให้กลับไปอ่านเรื่อง Comodo IS)
 
ถ้าคุณเผลอปิดหน้านี้ไป สามารถเข้าไปที่เว็บ http://3bbwifilogout.com แทนก็ได้ ส่วนตัวอื่นผมยังไม่เคยใช้นะ
 
คำเตือน: ถ้าคุณลืม Logout ออก ในกรณีที่คุณใช้แบบชั่วโมง ชั่วโมงของคุณจะยังถูกนับอยู่จนกว่าอุปกรณ์ของคุณจะตัดการเชื่อมต่อ Wifi ออก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณห้อุปกรณ์ของคุณตั้ง Timeout ไว้ที่กี่นาที แต่ผมแนะนำให้ Logout ออกด้วยตัวเองมากกว่าครับเพื่อความแน่ใจ
 
 
หลังจากที่เราเซิฟเน็ตอย่างเต็มที่แล้ว และ Logout แล้ว ควรจะทำอีกอย่างหนึ่งคือการ Forget Network ครับ
 
 
ที่แนะนำให้ทำแบบนี้ เพราะถึงเราจะ Logout ชั่วโมง Wifi ไม่นับแล้ว เราควรตัดอุปกรณ์เราออกจา Network นั้นด้วยครับ
 
คนอ่าน: ทำไมต้องทำด้วยล่ะ?
Rat: มีสองสาเหตุครับ นั่นคือ 1. เพื่อให้มีที่ว่างๆ ให้คนอื่นมาเชื่อมต่อ เพราะบาง AP จะจำกัดจำนวนเครื่องเชื่อมต่อ ถ้ามากเกินไปเราจะต่อไม่ได้ และ 2. เพื่อไม่ให้มีคนมองเราเห็นจากในวงแลนเดียวกันด้วยครับ
 
สำหรับคอมพิวเตอร์ ให้เลือก Disconnect จากเครือข่ายนั้นเอาครับ
 
คนอ่าน: ใครสมควรจะใช้พวก Hotspot ล่ะ?
Rat: ผมขอแนะนำสำหรับ
  • ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแหล่งพำนักถาวรอย่างเช่นหอพัก
  • ผู้ที่อยู่อพาร์ทเม้นต์ที่เขาไม่อนุญาตให้เดินสายกับติดอุปกรณ์
  • คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเดือนละไม่กี่นาที,ใช้ทีละคน และไม่คุ้มค่าหากจะต้องจ่ายเดือนละ 600 บาท+สัญญาทาส 1 ปี
  • คนที่กลับมาเมืองไทยไม่กี่วันต่อปี
 
อ้อ! สำหรับคอนโดฯบางที่เขาจะมีพวก Hotspot ตามชั้นต่างๆด้วย ลองติดต่อฝ่ายนิติฯดูนะครับ เขาน่าจะมีบัตรขาย
 
คนอ่าน: อ้าว แล้วเราจะรู้่ได้ยังไงว่าแถวบ้านเรามี Hotspot รึเปล่า?
Rat: สังเกตตามนี้ครับ
 
 
คุณเห็นเสาเล็กๆออกมาจากกล่องสีเทา (มั้ง) มั้ยครับ? นั่นคือตัวปล่อยสัญญาณ Wifi นั่นเอง
 
ส่วนที่ผมไปเจอมาอีกรูปก็นี่ครับ
 
 
อีกรูปจะเป็นกล่องเล็กๆ ห้อยอยู่บริเวณสแนวเคเบิ้ล (ไม่ใช่สายไฟฟ้านะ) เจ้านี่ก็ปล่อยสัญญาณเหมือนกันครับ
 
ส่วนกล่องไหนจะเป็นของใคร ก้ต้องสแกนดูครับ แล้วค่อยไปหาซื้อบัตรเติมชั่วโมงมาใช้
 
คนอ่าน : อ้าว! แล้วจะไม่สะดวกซื้อตามร้านหนังสือล่ะ?
Rat: ยังมีอีกทางพึ่งนึงคือ "ตู้บุญเติม" ครับ
 
วิธีการซื้อ ก่อนอื่นให้หาตู้ก่อน
 
 
หาไม่น่ายากนะครับ หน้าเซเว่นหลายๆสาขาจะมี
แต่หาตู้ที่ซื้อชัวโมง Wifi อาจหายากนิดนึง Frown
 
ให้เรากดที่ "ซื้อรหัสบัตรต่างๆ" ปุ๊ง!
 
 
ทีนี้ คุณจะใช้ของค่ายไหน ก็เลือกตามสะดวกครับ
ก็อย่างที่บอก เอ็นทรีนี้แนะนำของ 3BB เราก็จะจิ้มที่ 3BB ปุ๊ง!
 
 
ก็จะมีราคาจำหน่ายครับ ซึ่งถ้าเหมาจ่ายรายเดือนจะอยู่ที่ 106 บาท
 
LMAO
นี่มันท่านเหมาเจ๋อตุง!
 
ส่วนตัวผมว่าถ้าจะเหมาจ่ายรายเดือน และคุณใช้มือถือค่าย AIS ผมแนะนำว่าให้กด *388# แล้วโทรออกดีกว่า (99 บาทรวม Vat 7% ก็ได้ 106 บาท)
 
ทั้งนี้ เพราะการทำแบบนั้นเราจะได้รหัสเพื่อใช้ Wifi ของทั้ง 3BB และ AIS เลย ถ้าซื้อที่ตู้นี้รหัสที่ได้จะใช้ได้เฉพาะของ 3BB นะครับ ขอเตือนก่อน
 
คนอ่าน: เนี่ยอยู่หน้าตู้แล้วเนี่ย จะซื้อแล้วแล้วมันต้องทำยังไงต่อล่ะ?
 
Rat: อ่า! นอกเรื่องไปซะไกลเลย กลับมาก่อน *ล่องแพกลับฝั่ง*
 
เมื่อเรากดซื้อแล้ว ระบบก็จะให้เราใส่เบอร์มือถือเพื่อรับ SMS ครับ ซึ่งนั่งเป็นรหัสการใช้งาน ผมว่ามันก็ง่ายดีนะ เพราะจะได้เก็บข้อมูลตรงนั้นไว้ในมือถือเราเลยCry
 
เป็นยังไงล่ะครับ และแล้วก็ขอจบเรื่อง Wifi Hotspot ไว้เพียงเท่านี้ หวังว่าทั้งสามเอ้นทรีที่ผ่านมาคงจะเป็นประโยชน์ (เรอะ? หลังๆรั่วนะเมิง ไอ้หนูไททั่น!) กับท่านผู้อ่านทุกๆคน
 
ต่อไปนี้เวลาใครบ่นว่า Wifi บ้านเราไม่ฟรี ก็ตอกหน้ากลับไปว่า "นี่ยุคทุนนิยมนะ!" เอ๊ย! บอกกลับไปว่า "มันก็มี แต่น้อย หาซื้อแบบเป็นชั่วโมงก็ได้นะเธอว์!"Smile