น๊อตมันหลวมน่ะ
posted on 15 May 2008 16:35 by warbandit
ซีโร : น๊อตหลวมแนะมาขันให้ทีดิ๊
ร๊อคแมน : ซีโร น๊อตหลวมแนะมามะเค้าขันให้
ซีโร่ : อ๊างค์ร๊อคแมนขันแน่นๆ นะตะเอง
Credits : chibimonchronicle.net
ซีโร : น๊อตหลวมแนะมาขันให้ทีดิ๊
ร๊อคแมน : ซีโร น๊อตหลวมแนะมามะเค้าขันให้
ซีโร่ : อ๊างค์ร๊อคแมนขันแน่นๆ นะตะเอง
Credits : chibimonchronicle.net
รู้สึกว่าหน้าฝนปีนี้มันมาไวจังครับ ปกติมันน่าจะมากลางๆ พค. แต่ปลายๆเมษา บางพื้นที่ก็ตกซะแล้่ว
อากาศเมืองไทยมันเดากันยากครับ วันไหนฝนจะตกไม่ตก เชื่อพยากรณ์อากาศได้ไม่ 100% คงต้องพกดวงออกจากบ้านกระมั้ง
เราคงห้ามไม่ให้ฝนตกได้ แต่ห้ามไม่ให้เราซวยเพราะฝนได้ครับ
ดังนั้น เราจะแบ่งหัวข้อใหญ่ๆ เป็น 2 หัวข้อดังนี้
เริ่มที่ข้อแรก แน่นอน ฝนจะตก ก็ต้องมีร่ม แล้วจะบอกทำไมล่ะเนี่ย ใจเย็นๆ ในหัวข้อนี้ผมขอบอกวิธีการเลือกร่มที่เหมาะสมครับ
ร่มที่เหมาะสม ควรจะพกพาสะดวก พับใส่กระเป๋าได้ และต้องใหญ่ ขอย้ำ เพราะบางทีเอาร่มไป ร่มเล็กติ๊ดเดียว แต่กันไม่หมด เพราะเจ้าของอ้วนมาก (เจอบ่อยฮะเคสนี้ หน้าแห้งหลังเปียก) แต่ก็ไม่ใช่ร่มอันเท่าช้าง กางทีเดินไปได้ 5-6 คน อันนี้ก็เว่อร์ไป
อย่างที่บอกสำหรับตอนแรกๆ ว่าอากาศเมืองไทยเอาแน่เอานอนไม่ได้ ฝนจะตก แดดจะออก ร่มที่ดีควรจะเป็นร่มยูวี หรือกันแสงน่ะแหล่ะครับ เวลาโดนแดดจะได้ไม่ร้อน ราคาก็ไม่แพง สำหรับเด็กๆ อาจจะแนะนำให้ใช้เสื้อกันฝนแทน นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังกันไม่ให้เสื้อเปียกได้ด้วย
สำหรับท่านชายที่พกร่ม อาจจะ่กลัวเพื่อนหรือญาติมิตรจะล้อเอาว่าเป็นคนสำออย บอบบาง อะไรเนี่ย อย่าไปฟังมันครับ เพื่อไอ้เพื่อนคนนึงตอนเรียน ปวส. คนนึงมันก็พูดกับผมแบบนี้ แต่มันก็ต้องหยุดเรียนสามวัน เพราะนอนซมพิษไข้หวัดใหญ่ (สม)
นอกจะเรื่องร่มไปแล้ว สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ รองเท้า
แล้วรองเท้ามันสำคัญยังไงกับหน้าฝน คืองี้นะครับ เวลาฝนตกเนี่ย มันก็ทำให้พื่นเปียก เปียกแล้วก็ลื่น เพราะงั้น เราจึงขอแนะนำให้ใช้รองเท้าที่ไม่ลื่น
ยิ่งผู้สูงอายุในช่วง 40+ ยิ่งอันตราย หกล้มหัวฟาดพื้นที โอกาสเด๊ดซะมอเร่เยอะครับ
ไม่แนะนำรองเท้าฟองน้ำ อีหนีบ หรือรองเท้าแฟชั่นบางๆครับ นอกจากมันจะไมไ่ด้กันลื่นแล้ว มันยังทำให้น้ำซึมเข้ามาด้วย จะเสี่ยงกับโรคผิวหนังมากๆ
ต่อมาข้อที่สอง เรื่องป้องกันบ้าน
อันนี้เราก็ต้องวางแผนบุกดีๆนะครับ ต้องมีิวิสาดร่ายกัส มีพรีสแซงหิน แล้วแอสก็ต้องพกยาพิษไปตีหินเยอะๆ ..โป๊ก!! เสียงโดนเอาร่มตีหัว
ไม่ใช่เอ็นทรีแรคนารอคนะเฟ้ย เขียนให้งามๆหน่อย
ครับๆ การป้องกันบ้านในวิธี้นี้ หมายถึงเวลาที่ฝนตก พวกสัตว์บางชนิดเช่น คางคก งู แมลงสาบ ไส้เดือน กิ้งกือ แมงป่อง ตะขาบ มันก็คงหนีน้ำจากรังมัน หาที่แห้งๆอยู่ ซึ่ง ทำไมมันต้องเป็นบ้านเราด้วย(วะ)
วิธีนี้ก็ ถ้าใครไม่อยากให้บ้านเป็นสวนสัตว์ ก็ต้องเริ่มด้วย

คงน่าจะมีแค่นี้นะครับ คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงคุณๆ ท่านๆหรอกครับ
เรื่องสุดท้ายก่อนจากกัน ก็ระวังเรื่องโรคภัยไข้เจ็บกันด้วยนะครับ
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ์ คงไม่ใีครเถียง
โรคที่พบได้บ่อยๆในหน้าฝนก็จะเป็น
ปล. มีคำหยาบคายพอควร โปรดให้คำแนะนำกับเยาวชน
ตอนเด็กๆผมเป็นคนไม่สู้คนครับ ก็มักจะโดนรังแกเสมอๆ เพราะบางทมีมันมากจากตัวผมเอง ที่ทำอะไรไม่ค่อยเหมือนคนอื่น คิดอะไรนอกกรอบที่คนอื่นคิด จนบางครั้งเราก็คิดฟุ้งซ่านว่า
เมื่อเดือนก่อนผมก็เคยอ่านในหน้าหนังสือพิมพ์ครับ ว่า เรื่องแบบนี้เป็นกรรมพันธุ์ได้ด้วย พ่อแม่ยังไง ลูกก็อย่างงั้น
หลายๆคนคงไม่ชอบให้ใครมารังแกหรือแหย่ครับ ผมเข้าใจ แต่ถ้าคุณสนุกก็ เรื่องของคุณ
ในนิยาย หรือ การ์ตูน การรังแกคนที่เพิ่งเจอกันเนี่ย คนที่รังแกมักจะจบลงด้วยการ "โทษที แค่อยากมีเพื่อน" แล้วทุกคนในเรื่องก็อยากเข้าใจ อยากเป็นเพื่อนทันตาเห็น จบแบบ Happy Ending
แต่ขอโทษนะ เพราะผมเป็นคนไม่ชอบอ่านนิยายมั้ง เลยรู้สึกแตกต่างกับเรื่องหน่อย กล่าวคือ
ใช่ครับ ด้วยเหตุผลเน่าๆ ของขาใหญ่ นักรังแกเนี่ย ถ้าคิดจะหาเพื่อน แล้วใช้วิธีีนี้กับเพื่อน(อย่างกู) น่ะ ไม่ได้ผลดีนักหรอกว่ะ เพราะคนอย่างกูมันอาฆาต มองโลกในแง่ร้าย เรื่องมาก และเก็บความรู้สึก
ถ้าจะเอานิยายเน่าๆ มาใช้กับชีวิตจริง แนะนำมึงว่า นอกจากบางทีมันใช้ไม่ได้ผลแล้ว ก็อาจมีโดนสังคมรังเกียจด้วย
กูอาจจะไม่ใช่คนที่ีระบายอารมณ์ หรือระเบิดความรู้สึกทางการกระทำเก่งเท่าไหร่ ที่จะวิ่งไปชกต้นไม้ให้หายเครียด แต่คนอย่างกูไม่ใช่คนเก็บกด แค่ชอบระบายออกทางอื่นมากกว่า
อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น
ถึงจะไม่สู้คน หรือโดนมองว่าโง่ในายตามึงๆ แต่กูเชื่อว่า กูเลือกคบเพื่อนเป็นว่ะ
ใช่ครับ ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะแค่อยากจะบอกว่า ช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมแล้ว จะทำตัวยังไงกับเพื่อนใหม่ๆ กันดีล่ะครับ